วัดบางพลีใหญ่กลาง ตั้งอยู่บริเวณคลองสำโรงฝั่งเหนือ ตำบลบางพลีใหญ่ ห่างจากวัดบางพลีใหญ่เล็กน้อย สร้างขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ. 2367 ชาวบ้านเรียก ว่า วัดกลาง ต่อมาเปลี่ยนเป็น วัดราษฎร์ศรัทธาธรรม และครั้งสุดท้ายเปลี่ยนเป็นวัดบางพลีใหญ่กลาง เป็นที่ประดิษฐานสมเด็จพระศากยมุณีศรีสุเมธบพิตร พระพุทธรูปปางไสยาสน์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ยาว 53 เมตร ภายในพระนอนมีห้องปฏิบัติธรรม ภาพเขียนเรื่องราวของเทวดา นรก และมีห้องหัวใจพระซึ่งประชาชนนิยมมาปิดทองเพื่อเป็นศิริมงคล

การเดินทาง
จากแยกบางนา ใช้เส้นทางถนนบางนา-ตราดมุ่งหน้าไปทางจังหวัดชลบุรีถึงกิโลเมตรที่ 12 ให้กลับรถแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าทางถนนบางพลี-กิ่งแก้ว ประมาณ 3 กิโลเมตร ให้เลี้ยวซ้ายถนนทางเข้าที่ว่าการอำเภอบางพลีไปประมาณ 1 กิโลเมตร จะถึงวัดบางพลีใหญ่กลาง

 
   
 



  พระนอนใหญ่

           สมเด็จพระศากยมุณีศรีสุเมธบพิตร (พระนอนองค์ใหญ่ที่สุดของประเทศ) วัดบางพลีใหญ่กลาง อ.บางพลี จ. สมุทรปราการ เป็นพระพุทธรูปปางสีหไสยาสน์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ยาว 26 วา 1 ศอก 9 นิ้ว กว้าง 3 วา 1 ศอก สร้างเมื่อปีพ.ศ. 2521 เสร็จเมื่อปี พ.ศ.2544 โดยพระครูพิสศาลวุฒิกิจ เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลางรูปปัจจุบัน แรงบันดาลใจในการสร้างพระนอนท่านเล่าว่า จากประสบการณ์ที่อยู่ในสมณะเพศได้เดินทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ จึงเกิดความคิดที่จะทำอะไรสักอย่างหนึ่งเพื่อเป็นการสร้างกุศล และให้ประชาชนมาทำบุญที่วัดมากๆเหมือนกับวัดอื่นๆ ที่เคยพบเห็น พระนอนดังกล่าวนี้ ภายในมีห้องปฏิบัติกรรมฐาน มีภาพเขียนเป็นเรื่องราวเทวดานรก และเรือสำเภาหน้าวัดด้านริมคลองสำโรงและมีอวัยวะภายใน โดยเฉพาะหัวใจจะบรรจุด้วยเพชรนิล จินดา น้ำพันจันทร์ และทองคำ สื่อความหมายถึงความแข็งแกร่งและศักดิ์สิทธิ์ เพื่อประชาชนมาปิดทองที่หัวใจพระนอนเปรียบเสมือนปิดทองหัวใจพระพุทธเจ้า
สิ่งที่น่าสนใจศึกษาและเรียนรู้
วัดบางพลีใหญ่กลาง ชาวบางพลี เรียกว่า วัดกลาง หรือ วัดพระนอน ตามลักษณะพระพุทธรูป ซึ่งเข้าไปภายในโบสถ์จะเห็นพระนอนองค์ขนาดใหญ่ ประดิษฐานอยู่ ซึ่งความยาวขององค์พระนอน ตั้งแต่ปลายเกศถึงพระบาท ยาว 52 เมตร 50 เซนติเมตร กว้าง 7 เมตร นับว่าเป็นพระพุทธรูปปางไสยยาสน์องค์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทยในปัจจุบัน นอกจากภายในโบสถ์จะมีพระนอนที่ใหญ่แล้ว ยังมีพระพุทธรูปปางต่าง ๆ ให้ประชาชนเข้ามากราบไหว้ และมีสิ่งหนึ่งที่ประชาชนให้ความสนใจคือ ช้างเสี่ยงทาย มีความเชื่อกันว่าถ้าใครมาอธิฐาน และหากว่าคำอธิฐานที่ตนอธิฐานเป็นจริงก็จะยกช้างขึ้น ตรงกันข้าม หากคำอธิฐานไม่เป็นจริงก็จะยกช้างไม่ขึ้น ภายในองค์พระนอนจะมีห้องต่าง ๆ โดยทางเดินปูพื้นด้วยหินขาว บันไดทางขึ้นปูด้วยหินอ่อน ขึ้นไปชั้นที่ 2 เป็นที่ฝึกกรรมฐานของพระ ชั้นที่ 3 มีภาพเขียนที่เขียนแสดงเรื่องราวพุทธประวัติ และเรื่องราวที่เขียนเกี่ยวกับการทำความดี ว่าทำความดีแล้วจะได้ขึ้นสวรรค์เป็นนางฟ้า เทวดา และเขียนเกี่ยวกับการทำความชั่วว่า ถ้าทำความชั่วก็จะตกนรกตายไปจะเป็นเปรต เป็นต้น ซึ่งภาพเหล่านี้เขียนโดยอาจารย์ วัจฉละ สาเงิน ครูศิลปะจากโรงเรียนสตรีสมุทรปราการ ส่วนชั้นที่ 4 เป็นชั้นที่ทุกคนเมื่อได้มาแล้วต้องขึ้นไป เพราะในชั้นนี้เป็นชั้นที่บรรจุหัวใจพระนอน ปิดทองเหลืองอร่าม ซึ่งสาธุชนถือว่าการที่ได้กราบไหว้ และปิดทองที่หัวใจพระนอนก่อให้เกิดบุญกุศลู้
 
       
 

 

 

Copyright © 2014-2016  All Right Reserved. watbangphliyaiklang.org